คำอธิบายของ Jay Park ถึงการกลับอเมริกาอย่างกะทันหัน
มีหลายๆ เหตุผลได้ถูกคาดเดาว่าทำไมเขาถึงถอนตัวออกจากบ่ายสองในเมื่อตอนนั้นวงกำลังมีชื่อเสียงอย่างมาก และในเหตุผลเหล่านั้นก็มี ?ปัญหาเกี่ยวกับเวปออนไลน์? (มายสเปซนั่นเอง) และ ?ปัญหาเรื่องความผิดพลาดส่วนตัว? รวมอยู่ด้วย และในที่สุด นักร้องและนักเต้นบีบอย ของวงการเพลงเกาหลีก็ได้พูดถึงเรื่องนี้
ในบทสัมภาษณ์ฉบับพิเศษนี้ เขาได้พูดถึงการกลับอเมริกาอย่างกระทันหันว่ามันไม่ได้เกิดจากเหตุผลเพียงเหตุผลเดียว ?เรื่องราวหลายอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้? เขากล่าวในระหว่างที่เขาถ่ายทำมิวสิควิดีโอสำหรับเพลง?Abandoned? เพลงใหม่ที่กำลังจะปล่อยออกมาที่สตูดิโอในเมือง Gyeonggi
อดีตหัวหน้าวงของบ่ายสอง, ชายหนุ่มอายุ 23 ปี ออกจากเกาหลีไปเมื่อเดือนกันยายน 2009 หลังจากที่เขาออกจากกลุ่ม ก็ทำให้เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับข้อความที่เขากล่าววิจารณ์เกาหลี ซึ่งเขาได้โพสไว้ที่พื้นที่ส่วนตัวของเขาในมายสเปซ สี่ปีก่อนเดบิวท์
หกเดือนหลังจากเรื่องอื้อฉาวนั้น ในเดือนมีนาคม 2010, ปาร์ค จิน ยอง, ซีอีโอของเจวายพี เอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทที่แจบอมสังกัดอยู่ ก็ได้แถลงข่าวว่าพวกเขาไม่สามารถเก็บแจบอมไว้ในบริษัท และได้ถอนตัวเขาออกจากกลุ่ม เนื่องจากเขาได้ตัดสินใจที่จะรับผิดชอบต่อปัญหาส่วนตัวของเขาหลังจากนั้นไม่นาน ปาร์ค จิน ยอง ก็ได้ออกมาแถลงข่าว โดยเริ่มต้นว่า ทางบริษัทได้ทำการยกเลิกสัญญาที่ทำไว้กับเจย์ หรือ แจบอมที่พวกเรารู้จักกัน เนื่องจาก ?ปัญหาความผิดส่วนตัว? เป็นการตัดเขาออกจากบริษัทอย่างถาวร หลังจากนั้นเจย์ก็เริ่มต้นทำงานอย่างหนักอีกครั้งสำหรับงานเพลงและหนังของเขาที่กำลังจะปล่อยออกมา
Q: คุณคิดมั้ยว่าการออกจากกลุ่ม และเดินทางกลับอเมริกา เป็นการตัดสินที่ถูกต้องแล้ว? บางคนบอกว่าการกลับไปอย่างกระทันหันของคุณมันเหมือนกับการหนีปัญหา คุณมีความคิดเห็นยังงัยเกี่ยวกับคำพูดเหล่านั้น?
Jay : ครับ ผมไม่ได้หนีนะครับ มันมีเรื่องหลายอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้ แต่ผมไม่สามารถพูดได้ทุกอย่าง ผมไม่ได้แค่ ?หนีปัญหา? แต่มันมีเรื่องอื่นๆ อีกมากที่คนทั่วไปไม่รู้ มันเป็นเพราะหลายสิ่งหลายอย่าง ผมหมายความว่าพวกคุณไม่ต้องรู้ทั้งหมดก็ได้ อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในอดีตมันผ่านไปแล้ว และมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องไปพูดถึงมันอีก มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว มันมีหลายวีธีที่ผมจะสามารถจัดการกับสถานการณ์นั้นได้ และการกลับอเมริกาก็เป็นวิธีที่ผมเลือกใช้ในจัดการกับมัน บางทีผมอาจจะตัดสินใจผิดหรืออาจจะถูกก็ได้ ผมไม่เสียใจที่ตัดสินใจแบบนั้นQ: แล้วแฟนๆ ในเกาหลีหล่ะ
Jay : ผมรู้สึกเสียใจกับแฟนๆ ที่ต้องรู้สึกผิดหวัง แต่พวกเขากำลังเข้าใจผิด ผมเพียงแค่ไม่อยากให้เกิดภาพลบกับกลุ่มของผม พวกเขาได้รับความเกลียดชังก็เพราะผม ดังนั้นผมเพียงแค่อยากแยกตัวออกมาQ: แล้วในตอนนั้นถ้าคุณคิดถึงบ่ายสอง คุณได้ติดต่อหาพวกเค้ามั้ย? ชั้นมั่นใจว่าคุณต้องมีเบอร์ติดต่อพวกเค้า?
Jay : ครับ ผมติดต่อมาครับ ผมติดต่อกับนิชคุณ และอวยพรวันเกิดให้เขา และคุณก็ตอบกลับมาว่า ?ขอบคุณ? ผมยังคงรู้สึกดีๆ กับพวกเขา อืมมม มันซับซ้อนมากกว่าที่เราคิดกัน ผมจะไม่ถามใครก็ตามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขา มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่จะไปรู้เรื่องของพวกเขา นี่มันเป็นเรื่องของเรา คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องรู้มันก็ได้ (เริ่ด!!! สรุปเจย์บอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ธุระอะไรที่จะต้องรู้ทุกเรื่อง โอเช๊ หงายเงิบกันไปตามๆ กัน กร๊ากกกก)Q: ทำไมคุณถึงคิดว่าคุณได้สร้างความโกรธแค้นที่รุนแรง? คุณคิดมั้ยว่าคำวิจารณ์นั้นจะลดน้อยลง? คุณเชื่อว่าการกลับไปอเมริกามันสำคัญเหรอ?
Jay : คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด พวกเขาคิดว่าผมพูดจาดูถูกคนเกาหลี นั้นมันเป็นเรื่องแปลกเพราะผมก็เป็นคนเกาหลี พ่อแม่ผมก็เป็นคนเกาหลี ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะว่าคนเกาหลี ผมพูดสิ่งที่โง่ๆ มากมายตอนที่ผมยังเป็นเด็ก และผมไม่คิดว่าพวกเขาจะโกรธรุนแรงขนาดนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นย่อมมีเหตุมีผล ทุกคนย่อมทำความผิดได้ และผมก็ทำความผิดพลาด มันขึ้นอยู่กับว่าคุณได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดนั้น ถ้าคุณเรียนรู้และเติบโตจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และกลายเป็นคนที่ดีขึ้น และในท้ายที่สุดทุกสิ่งก็จะดีขึ้นเอง ตอนที่ผมมองย้อนตัวผมในอดีตผมพบว่า ผมก็เป็นคนที่คิดเรื่องต่างๆ ในแง่ลบ ไม่รู้เรื่องรู้ราว และไม่เป็นผู้ใหญ่พอ (อีกครั้งสำหรับคนที่ไม่รู้ something is Gay..ในภาษาอังกฤษมันไม่ได้แปลว่า เป็นเกย์ แต่มันเป็นคำสถบเวลาไม่ได้ดั่งใจ เช่น จะรัดเข็มขัดนิรภัย แล้วมันดึงไม่ได้ ก็จะพูดว่า This belt is gay..เข็มขัดเป็นแม่มไรวะ อะไรอย่างงี้)(เมื่อเดือนที่แล้ว เจย์ ปาร์ค ได้เขียนข้อความขอโทษบ่ายสอง และ เจวายพี ไว้ที่แฟนคาเฟ่ของเขา ในข้อความนั้นเขาได้กล่าวว่า เขาขอโทษที่เขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหามากมายกับสมาชิกในวงบ่ายสอง เนื่องจากการที่เขาออกจากกลุ่ม และเขายังกล่าวอีกว่ามันมันเรื่องที่น่าเศร้าที่เขาทำให้ปาร์ค จิน ยองรู้สึกผิดหวัง)
Q: ความสัมพันธ์ของคุณกับ ปาร์ค จิน ยอง หลังจากการขอโทษเป็นยังงัยบ้าง ? ทำไมคุณถึงตัดสินใจที่จะเขียนจดหมายขอโทษอย่างกระทันหันอย่างนั้น?
Jay : ครับ ผมได้กล่าวคำขอโทษมาก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว และมันก็แค่ตอนนี้ผมกำลังจะปล่อยอัลบั้ม และซีดีเพลงของผม ผมเลยอยากจะปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องของอดีต ผมเดาว่าเมื่อครั้งก่อนที่ผมขอโทษ ผมหวังว่าคนจะเลิกพูดเกี่ยวกับมัน แต่เอาเข้าจริงๆ ผู้คนก็ยังคงพูดเรื่องนี้กันอยู่ แฟนๆ ของผมก็ได้แต่หวังว่าผมจะรับมันได้
Q: ดังนั้นคุณกับเจวายพีก็กลับมาดีกันแล้วใช่มั้ยหลังจากที่คุณขอโทษอย่างเป็นทางการ? คุณได้มีโอกาสคุยกับเขาโดยตรงรึเปล่า?
Jay : ไม่ครับ แล้วฟังนะครับ ผมมีความรู้สึกดีๆ กับทุกๆคน โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ได้มีความรู้สึกแย่กับใครก็ตาม ผมก็เป็นของผมแบบนี้ ผมแค่พยายามที่จะสนับสนุนครอบครัว เพื่อนๆ ของผม ผมไม่สนใจเรื่องของคนอื่น ผมไม่สนใจว่าใครจะคิดยังงัย ผมไม่สนว่าใครจะพูดอะไร ผมไม่สนว่าใครจะไม่ชอบผม หรือเกลียดผม ถ้าพวกเขาต้องการเห็นผมล้มเหลว ผมก็ไม่แคร์มันคือหน้าที่ของผมที่จะต้องทำเรื่องของผมเอง ผมปราถนาที่จะเห็นพวกเขาโชคดี แต่ในเมื่อตอนนี้พวกเราแยกกันแล้ว คุณรู้ใช่มั้ย ว่าต้องใช้ชีวิตกับมันให้ได้ ถ้าคุณไม่สามารถข้ามผ่านมันได้ ก็เรื่องของคุณ แต่สำหรับผม สิ่งเหล่านั้นทำอะไรผมไม่ได้ (โอ้ว!!!! On your face hater)Q: ชั้นได้ยินมาว่าเจวายพีช่วยเหลือคุณตอนที่คุณอยู่ที่ซีแอตเทิล?
Jay : ผมเดาว่ามันคงเป็นเรื่องที่เขาบอกให้ผมรักษาการติดต่อกับเขาเอาไว้ แต่นั่นก็เมื่อตั้งนานมาแล้ว สักปีครึ่งที่ผ่านมาได้แล้ว และหลังจากนั้นเขาก็หยุดโทรมาหาผมครับ
(อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่แล้ว แฟน ๆ ของบ่ายสองได้แสดงอาการไม่พอใจต่อวงบ่ายสอง หลังจากที่สมาชิกในวงได้ออกมาพูดแสดงออกถึงการเกลียดชังต่ออดีตหัวหน้ากลุ่มของเขา พวกเขาได้จัดการประชุมขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยให้แฟนๆ เข้าร่วมด้วย เพื่อที่จะปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา ในที่ประชุม พวกแฟนๆ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินเหล่าสมาชิกกล่าววิพากษ์วิจารณ์แจบอม สมาชิกที่เหลือทั้งหมด 6 คนกล่าวว่า ?yes? ที่จะยอมให้แจบอมออกจากกลุ่มอย่างไม่มีการลังเล พวกเขายังกล่าวอีกว่า พฤติกรรมของแจบอมไม่เหมาะสมที่จะเป็นสมาชิกในกลุ่ม )
หลังจากที่บอกเล่าสิ่งเหล่านี้ให้เจย์ได้ฟัง มันดูเหมือนกับว่าเจย์ไม่ได้หวาดกลัวเลย เขาตอบกลับมาว่า ?คุณมีความคิดด้านบวกรึเปล่าครับ?? บางทีมันอาจจะเป็นข่าวลือก็ได้? (โถ พ่อคุณพ่อขนุนหนัง TT__TT)Q : ถ้าคุณไม่ได้ขอโทษอย่างเป็นทางการ คุณรู้ว่ามันจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานสำหรับการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของคุณใช่รึเปล่า? มันจะผิดมั้ยถ้าจะมองว่านี่เป็นวิธีการที่จะสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพของคุณ?
Jay : ถ้ามันเป็นอุปสรรค ผมก็จะหาวิธีอื่นๆ ที่จะทำมัน ผมขอโทษ โดยไม่ได้คำนึงถึงอะไร มันเหมือนกับเหตุผลที่ผมออกอัลบั้มก็ออกเพื่อแฟนๆ แค่นั้น ดังนั้นถ้าผมเดินหน้าทำมันต่อไป แฟนๆ ของผมก็จะพอใจกับมัน ซึ่งนั่นมันทำให้ผมพอใจแล้วครับ
(หลังจากคำขอโทษอย่างเป็นทางการของเจย์เมื่อเดือนก่อน, สมาพันธ์วัฒนธรรมป๊อป และอุตสหกรรมศิลปะบันเทิงแห่งเกาหลี (KFPCAI) ก็ได้ประกาศอนุญาตให้เจย์ปรากฎตัวในรายการเพลงของเกาหลีได้ตั้งแต่บัดนี้ ภายใต้สังกัด sidusHQ ซึ่งแต่ก่อนเจย์ไม่สามารถโปรโมทอัลบั้มทางรายการเพลงทีวีเกาหลี อย่าง ?Inkigayo,? ?Music Core,? ?Music Bank? และ ?Mnet Countdown? ได้ เนื่องจากการกำหนดห้ามเขาอย่างชัดเจน นับตั้งแต่เรื่องอื้อฉาวที่ออกจากบ่ายสอง)Q : สิ่งแรกเลยที่พ่อกับแม่ของคุณพูดเมื่อคุณไปถึงซีแอทเทิลคืออะไร?
Jay : พวกเค้าพูดแค่ว่า “ไม่เป็นไรนะ”Q : จากที่ชั้นเข้าใจ, 19 เดือนหลังจากเรื่องอื้อฉาว มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่สูญเปล่าเลยสำหรับคุณ คุณได้ทำงานอะไรมาบ้าง?
Jay : ผมมีงานแฟนมีทติ้งมากมายเลยครับทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเชีย แล้วก็เกาหลี แล้วผมก็ยังได้ทำงานในร้านยางแถวบ้านที่ซีแอทเทิลเป็นเวลา 4 เดือน ผมได้เงินประมาณ 10 เหรียญต่อชม. มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ผมแค่ไม่อยากจะใช้ชีวิตโดยใช้เงินของพ่อกับแม่ ผมแค่ชิวๆ กับเพื่อนๆ ของผม แล้วก็นั่นนู่นนี่กับงานแข่งบีบอยอะไรประมาณนั้นครับ และเมื่อเร็วนี้ๆ ผมก็ทำอัลบั้มใหม่ของผม และยุ่งๆอยู่กับการถ่ายหนัง Hype nation แล้วผมก็ร่วมในการแข่งขันบีบอยในฐานะสมาชิกบีบอยทีม AOM ครับQ : ทำไมคุณจึงตัดสินใจกลับมาเกาหลี? ทำไมคุณถึงไม่ทำงานในอาชีพของคุณต่อไปในอเมริกาหล่ะ?
Jay : เพราะว่าเพื่อนๆ ของผมส่วนใหญ่อยู่ในเกาหลีครับ ผมไม่อาจกลับมาเกาหลีแล้วก็ทำอัลบั้มวางขายแค่ในอเมริกาได้ เพราะแฟนๆ เกาหลีของผมอยู่ที่นี่ ผมแน่ใจว่าพวกเขาคงมีความสุขมากกว่าที่ผมมาที่นี่ครับQ : ช่วยบอกถึงเพลงที่กำลังจะออกมา รวมถึงอัลบั้ม, หนัง แล้วก็ความตั้งใจอันใหม่ของคุณหน่อยได้มั๊ย?
Jay : ตอนนี้ผมกำลังทำงานเพลงอัลบั้มเกาหลีอยู่ครับ ซึ่งมันจะออกมาในเดือนเมษายนนี้ ผมทำทุกอย่างเลย ทั้งแนวการร้องแล้วก็เนื้อร้องด้วย แล้วผมก็เริ่มถ่ายทำหนังเรื่อง Happy Together ซึ่งจะออกฉายในเดือนกันยายนนี้ไปด้วยครับ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้อะไรมากมายเท่าไหร่
กับเพลงใหม่ของผม ผมแค่พยายามที่จะบอกเล่าถึงประเภทของดนตรีที่ผมอยากจะทำเพื่อแสดงออกถึงตัวของผมอะครับ ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีฮิปฮอปแล้วก็ R&B ในวงการเพลงเคป๊อปซักเท่าไหร่ ดังนั้นผมเลยอยากจะลองทำมันดู แล้วก็แสดงให้ทุกคนเห็นได้เห็นถึงเพลงฮิปฮอปและอาร์แอนด์บี ว่าก็สามารถเป็นเพลงที่ดีได้เหมือนกัน และมันก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ท่อนฮุคซ้ำๆ หรือท่อนฮุคที่ติดหู แต่มันจะเป็นเพลงที่น่าฟังอะครับ
สำหรับเป้าหมายในอนาคตของผม ผมไม่ได้ตั้งเป้าหมายจริงๆ ไว้หรอกครับ ผมแค่พยายามทำเพื่อแฟนๆ ของผม แล้วก็ทำในสิ่งที่ผมต้องการ และสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับผมก็คือทำให้เพื่อนๆ ของผม และครอบครัวของผมภูมิใจ และได้รับการยอมรับในความเป็นบีบอย ความเป็นแรพเปอร์ แล้วก็แดนเซอร์ครับQ : มีอะไรอยากจะกล่าวเพิ่มเติมถึงแฟนๆ มั๊ย?
Jay : ผมอยากจะไปญี่ปุ่นครับ ซึ่งผมว่าจะไปในเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวแบบนี้ ผมยินดีที่จะไปทำการแสดงฟรี และบริจาคให้แก่ผู้ประสบภัยครับBy Hwang Jurie (jurie777@heraldm.com)
cr : koreaherald.com
แปลไทยโดยพี่โบว์บอม
